How to ทุนเล่าเรียนหลวง (และทุนรัฐบาลอื่น ๆ) ฉบับ "ที่ 1 ทุนเล่าเรียนหลวงสายวิทย์-คณิต ปี 2566" !!

    สวัสดีครับทุก ๆ คนน เราเบรทท์นะฮะ :) วันนี้ เราจะมารีวิวการสอบทุนเล่าเรียนหลวงและทุนรัฐบาลฯ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งรอบข้อเขียนและรอบสัมภาษณ์ รวมถึงวิธีการเตรียมตัวสอบ ในฐานะที่ 1 ทุนเล่าเรียนหลวงสายวิทย์-คณิต และผ่านข้อเขียนทุนกระทรวงการต่างประเทศ (สาขา International Economic Law) ประจำปี 2566 นี้ครับผม!!

** Disclaimers: ในกระทู้นี้จะเน้นไปที่การสอบทุนเล่าเรียนหลวง สายวิทย์-คณิต เป็นหลักนะครับ แต่ก็จะพยายามให้ข้อมูลของทุนอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย แต่อาจจะไม่ละเอียดเท่าทุนเล่าเรียนหลวงครับ :)) **

[แอบขายของหน่อย แหะ ๆ สำหรับใครที่อยากติดตามเราในช่องทางอื่น ๆ เรามี studygram นะฮะ @bbrettersjournal สามารถไปกดติดตามกันได้คร้าบบ]

INTRO: รู้จักทุนเล่าเรียนหลวงและทุนรัฐบาลฯ

    ทุนรัฐบาลฯ หรือ ทุน ก.พ. เป็นทุนที่เปิดรับสมัครให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทุกปี เพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งจะคัดผ่านการสอบข้อเขียน และสอบสัมภาษณ์สำหรับนักเรียนที่สอบผ่านข้อเขียน โดยจะมีทุนจากหลายหน่วยงานรัฐ รวมถึงทุนเล่าเรียนหลวงด้วย ทั้งนี้ รายละเอียดของแต่ละทุนจะค่อนข้างละเอียดและแตกต่างกันออกไปในแต่ละปี ขอให้ติดตามใน website ของสำนักงาน ก.พ. ครับ

สำหรับทุนเล่าเรียนหลวงเอง จะเปิดรับทุก ๆ ปี 3 หน่วยทุนครับ (จริง ๆ แล้วรายละเอียดเกณฑ์การรับสมัครค่อนข้างละเอียด และอาจจะเปลี่ยนไปในแต่ละปีนะฮะ ขอให้ยึดตามเว็บ ก.พ. เป็นหลักนะครับ)
  • สายวิทย์-คณิต รับ 5 คน สอบวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ (ปรนัย)
  • สายศิลป์-ภาษา รับ 2 คน สอบวิชา ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ (ปรนัย) Writing (การเขียนภาษาอังกฤษ) และ Translation (การแปล)
  • สายศิลป์-คำนวณ รับ 2 คน สอบวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ (ปรนัย) และ Writing (การเขียนภาษาอังกฤษ)
(กระซิบนิดนึงว่า ที่เราเรียกว่าเป็นสายวิทย์ สายศิลป์ มันเป็นชื่อเรียกง่าย ๆ ที่เราเรียกกันเอง ถ้าเข้าไปในเว็บมันจะเป็นแค่รหัสหน่วยทุน ต้องไปดูรายละเอียดข้างในอีกทีฮะ 555555555)

PART I: การเตรียมตัวสอบทุนเล่าเรียนหลวงสายวิทย์-คณิต

    ก่อนที่จะลงรายละเอียดทีละวิชา จะขอบอกก่อนเลยว่าการทำโจทย์เก่า สำคัญมาก!! ซึ่งข้อสอบทุนจะ publish ทุกปี ทุกวิชา ยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งสามารถจะลอง preview ความเดือดปุด ๆ ของข้อสอบได้ ที่นี่ เลยฮะ!

1. วิชาคณิตศาสตร์

    วิชาคณิตของทุนเล่าเรียนหลวงนี่ เรียกได้ว่า ‘ยากสุด ๆ’ ในบางปีนี่ถือว่ายากแบบโอลิมปิกเลยทีเดียว ส่วนตัวเลยกังวลวิชานี้มาก ๆๆๆ เพราะว่าเป็นคนที่ไม่ได้โปรคณิตขนาดนั้น และถ้าคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำก็คือหมดสิทธิ์ (ดูรายละเอียดได้ในเว็บเดิมเลยฮะ) แต่ก็ยังโชคดี (?) นิดนึงที่เราเรียนอยู่ห้องกิฟต์คณิตที่เตรียมอุดม เลยได้กอบโกยความรู้จากอาจารย์และเพื่อน ๆ มาบ้าง ไม่มากก็น้อย 55555555 แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่พออยู่ดี เพราะเราไม่ใช่สายแข่งคณิตศาสตร์จ๋า เลยต้องเตรียมตัวเพิ่มเติมเยอะอยู่

ลักษณะข้อสอบ: อัตนัย 5 ข้อ ข้อละ 20 คะแนน

วิธีเตรียมตัวของเราก็คือ
  • ทบทวนเนื้อหา ม.ปลาย ให้แม่น เพราะข้อสอบทุนมักจะออกเนื้อหาในระดับ ม.ปลาย เป็นหลัก เช่น เซต ตรรกศาสตร์ ฟังก์ชัน จำนวนจริง ตรีโกณ เอ็กซ์โป ล็อก ลำดับและอนุกรม เมทริกซ์ เวกเตอร์ แคลคูลัส จำนวนเชิงซ้อน สถิติ และความน่าจะเป็น
  • อ่านเนื้อหาระดับโอลิมปิกไว้บ้าง เผื่อข้อสอบจะยากเกินไป เช่น อสมการ AM-GM และ Cauchy รวมถึงเรื่องที่เคยอยู่ในหลักสูตรแล้วถูกตัดออกไป เช่น ทฤษฎีกราฟ ซึ่งเราก็อ่านจากหนังสือเรียนเก่า ๆ ของที่โรงเรียน และ คู่มือเตรียมสอบ คณิตศาสตร์ทุนเล่าเรียนหลวง โดยพี่ ๆ จากเพจ Epsilon: คณิตศาสตร์วันละนิด
  • ฝึกทำโจทย์ เยอะ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เลย โดยที่ตอนฝึกต้องฝึกเขียนวิธีทำทุกครั้งด้วย เพื่อฝึกเขียนให้กรรมการอ่านเข้าใจ
ส่วนคอร์สเรียนพิเศษที่เราลง (รีวิวให้จากใจจริง ๆ เขาไม่ได้จ่าย 55555555) เราเรียนคอร์สตะลุยโจทย์ คณิตศาสตร์ ทุนคิงของ Ondemand (พี่โดนัทเป็นคนสอน อยากบอกว่าส่วนตัวชอบการสอนตะลุยโจทย์ของพี่โดนัทมาก ๆๆๆ หัวใจล้านดวง) กับ คอร์สตะลุยโจทย์ทุนและแข่งขัน ของพี่แม็ก ที่ AT HOME ซึ่งจะเน้นโจทย์ล้วน แต่ส่วนตัวเราเองก็ได้เรียนอะไรหลาย ๆ อย่างจากคอร์สนี้เหมือนกัน เป็นการอุดรอยรั่วได้ดีมาก ๆ ทีเดียว

2. วิชาวิทยาศาสตร์

    อันนี้จะต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า เป็นวิชาที่เตรียมตัวไปน้อยที่สุด เพราะว่าเราเองก็มีพื้นฐานวิชานี้ค่อนข้างดี (มั้ง 5555555555) จากการที่เข้าค่ายโอลิมปิกตั้งแต่สมัยมัธยมต้น จนมา ม.ปลาย ก็เข้าค่ายเคมีกับชีววิทยาอีก วิชานี้ก็เลยเน้นเป็นการลงคอร์สตะลุยโจทย์กับอ่านหนังสือทบทวนอุดรอยรั่วตัวเองเป็นหลักฮะ

ลักษณะข้อสอบ: อัตนัย 6 ข้อ (ฟิสิกส์ 2 ข้อ 35 คะแนน เคมี 2 ข้อ 35 คะแนน และชีววิทยา 2 ข้อ 30 คะแนน)

วิธีการเตรียมตัวของเรา
  • วิชาฟิสิกส์: ส่วนตัวเราค่อนข้างชอบฟิสิกส์อยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว (ถึงจะไม่เคยเข้าค่ายฟิสิกส์ก็ตาม 555555555) ก็เลยค่อนข้าง enjoy เราเริ่มจากการทวนเนื้อหาตั้งแต่ ม.4 ถึง ม.6 ทั้งในหลักสูตรเก่า (ที่ยังมีเรียนเรื่องการหมุนอยู่) และหลักสูตรใหม่ (ที่ฟิสิกส์ยุคใหม่กับฟิสิกส์อนุภาคยากขึ้นมาก) แล้วก็ทำสรุปสูตรกับทำโจทย์เก่าครับ ส่วนคอร์สที่ลงก็คือ คอร์สฟิสิกส์ทุน King ของพี่เกรท Ondemand อันนี้ จะบอกว่า ดี มาก ๆๆๆๆ เพราะพี่เขาช่วยทบทวนเนื้อหาให้ พร้อม ๆ กับการทำโจทย์เก่า ๆ ด้วย!
  • วิชาเคมี: วิชานี้ขอใช้คำว่า 'กินของเก่า' จากการเข้าค่ายเคมีโอลิมปิกก็แล้วกัน 555555555 เพราะข้อสอบเคมีของทุนเล่าเรียนหลวงค่อนข้างยากมาก ๆ (โดยเฉพาะบทกรด-เบส และเคมีอินทรีย์) จนอาจจะยากพอ ๆ กับเนื้อหาในค่ายโอลิมปิกเลย ถ้าจะให้แนะนำก็คงแนะนำให้ทบทวนเนื้อหา ม.ปลาย ให้แม่น แล้วอ่านเนื้อหาเคมีอินทรีย์ในระดับมหาวิทยาลัยปี 1 (อารมณ์วิชา General Chemistry) ไปบ้างก็จะดีครับ และเราก็ลง ตะลุยโจทย์เคมี ทุนเล่าเรียนหลวง ของที่ Ondemand ไปด้วยครับ (รู้สึกว่าเรียน Ondemand เยอะมากเลย 555555555555)
  • วิชาชีววิทยา: วิชานี้ต้องขอยอมรับว่าเตรียมไม่ทันครับ 555555555 เราเน้นการอ่านเนื้อหา ม.ปลาย กับชีทค่ายโอลิมปิก (ความยากระดับเดียวกับ หนังสือชีววิทยาเล่มปลาหมึก ของ อ.ศุภณัฐ) เป็นหลัก เลยมีเวลาฝึกทำโจทย์ค่อนข้างน้อยครับ เลยเน้นอ่านกับจดสรุปเป็นหลักครับ ตอนที่ไปสอบ เราเองก็ใช้สกิลกับความรู้ทั้งหมดที่ฟาร์มมา เขียนอธิบายให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ วิชานี้ไม่ได้เรียนพิเศษเลยเพราะว่าแค่เวลาอ่านเนื้อหาให้ทันยังไฟลนก้นเลยคร้าบ 555555555555
3. วิชาภาษาอังกฤษ

    เราเองเป็นคนที่ค่อนข้างชอบวิชาภาษาอังกฤษ แล้วก็ชอบเสพสื่อเป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ก็เลยค่อนข้างที่จะวางใจกับวิชานี้ (นิดนึง) แต่ก็ชะล่าใจไม่ได้เพราะทาง ก.พ. ก็ไม่เคยปล่อยข้อสอบวิชานี้ออกมาให้ดู เลยต้องอาศัยคำบอกต่อจากรุ่นพี่ว่าข้อสอบจะมีความยากประมาณไหน

ลักษณะข้อสอบ: ปรนัย 100 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน (ความยากพอ ๆ กับ TOEFL CU-TEP และ TU-GET) แบ่งเป็น Grammar (Error & Sentence Completion) 40 ข้อ Vocabulary 20 ข้อ และ Reading 40 ข้อ

การเตรียมตัวของเราก็คือ ทำโจทย์ไปยาว ๆ ฮะ โดยที่เราก็นั่งไล่ทำโจทย์พวก CU-TEP กับ TOEFL เป็นหลัก ในส่วนของคอร์สเรียนพิเศษที่เราลงตอนนั้นก็คือ คอร์สตะลุยโจทย์ภาษาอังกฤษ ทุนเล่าเรียนหลวง/ทุนรัฐบาล ของ Premier Prep ครับผม

4. วิชาภาษาไทย

ลักษณะข้อสอบ: อัตนัย 5 ข้อ ข้อละ 20 คะแนน

    วิชานี้บอกได้เลยว่า หิน สุด ๆ เพราะว่าข้อสอบจะเป็นข้อสอบเขียนล้วน โดยจะวัดหลาย ๆ อย่าง เช่น การเขียนเรียงความ การเขียนย่อความ (ถ้าเป็นข้อสอบสมัยก่อน เคยมีการเขียนจดหมายด้วย) การสรุปใจความสำคัญ การเขียนเรียงความ การวิเคราะห์วรรณคดี รวมถึงยังมีข้อสอบการสะกดคำและการเรียบเรียงประโยคในภาษาไทยด้วย ส่วนตัวแล้วเราเน้นการฝึกเขียนซะส่วนใหญ่ แล้วเอาเวลาที่เหลือไปอ่านวรรณคดี และฝึกเขียนคำที่มักเขียนผิด ส่วนตัวแล้วเราเรียนกับครูเอี้ยง จากเพจ ภาษาไทยสำหรับการสอบทุนเล่าเรียนหลวงและทุนรัฐบาลระดับ ม.ปลาย ถ้าใครสนใจสามารถติดต่อได้ที่เพจเลยครับ

5. วิชาสังคมศึกษา

ลักษณะข้อสอบ: อัตนัย 5 ข้อ (พระพุทธศาสนา 1 ข้อ รัฐศาสตร์ 1 ข้อ เศรษฐศาสตร์ 1 ข้อ ประวัติศาสตร์ 1 ข้อ และภูมิศาสตร์ 1 ข้อ) ข้อละ 20 คะแนน

    วิชาสังคมก็ถือว่าโหดไม่แพ้วิชาภาษาไทยเลย เพราะว่าข้อสอบสังคมศึกษาของทุนเล่าเรียนหลวง จะเป็นข้อสอบเขียนล้วน และเป็นข้อสอบที่ไม่ได้วัดว่า เราจำเนื้อหาได้มากแค่ไหน แต่จะเป็นการวัดว่า เราสามารถเอาความรู้ที่มีอยู่ มาวิเคราะห์/วิพากษ์/อภิปราย/แก้ไขปัญหาที่โจทย์ตั้งให้ได้ดีแค่ไหน ซึ่งบอกเลยว่ายากสุด ๆ และไม่สามารถคิดมิติเดียวตามแบบเรียนที่โรงเรียนสอนได้เลย แนะนำว่าให้อ่านบทวิพากษ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจจากในอินเทอร์เน็ตเยอะ ๆ จากหลาย ๆ ฝั่ง เพื่อให้เข้าใจมุมมองต่าง ๆ และทบทวนเนื้อหาในระดับ ม.ปลาย ด้วย นอกจากอ่านเองแล้ว เราก็เรียนกับครูป๊อบในคอร์ส INทุนSIVE "ทุนคิง" สังคม-ไทย ด้วยครับ (คอร์สนี้ราคาอาจจะสูงพอสมควร แต่ถ้าใครมีกำลังทรัพย์ก็สามารถลงเรียนได้ มีทั้งวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษาในคอร์สเดียว ส่วนตัวคิดว่าสอนดี ตรงประเด็น เปิดมุมมองหลาย ๆ อย่างของคนเรียนได้ดีมาก ๆ คุ้มค่าเรียน และตอบโจทย์ข้อสอบทุนเล่าเรียนหลวง แต่แพง)

PART II: รีวิวข้อสอบทุนเล่าเรียนหลวง ปี 2566 แบบจริงใจ
  • คณิตศาสตร์: ปีนี้ยอมรับว่าออกค่อนข้างง่ายกว่าข้อสอบในปีก่อน ๆ (และง่ายกว่าปี 2565 มาก) ออกครบทุกเรื่องที่พูดไปข้างต้น ถึงจะมีข้อยากบ้าง แต่ไม่ได้ยากระดับโอลิมปิก ไม่ต้องใข้ความรู้นอกเหนือจาก ม.ปลาย ในการทำโจทย์ เหมือนในอดีต และส่วนตัวคาดว่าในปีถัด ๆ ไปก็คงจะคงความยากไว้ที่ระดับนี้
  • วิทยาศาสตร์:
    • ฟิสิกส์ ออกค่อนข้างยาก ซับซ้อน และเกินหลักสูตรไปบ้าง (และมีพิมพ์ข้อสอบแบบให้ตัวแปรในโจทย์ไม่ครบเช่นเคย) ทางนี้ทำฟิสิกส์ไม่ทันไปเลย 1 ข้อย่อย (ที่มีข้อย่อยในนั้นอีก 3-4 ข้อ)
    • เคมี ออกยากเหมือนที่คาดไว้ แต่ไม่ยากเท่ากับปี 2565 ที่ให้เขียนกลไกการเกิดปฏิกิริยา (Reaction Mechanism เป็นเนื้อหาที่เกิน ม.ปลาย ไปมาก) และคิดเลขโหดพอสมควร ต้องประมาณตัวเลขให้เป็น
    • ชีววิทยา จำนวนข้อค่อนข้างเยอะ และให้เขียนอธิบายหลายข้อก็เลยทำไม่ทัน 2 ข้อย่อย (ที่ย่อยสุด ๆ แล้ว) และยอมรับว่าเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะค่อนข้างลนจากการทำไม่ทัน
  • ​​​​​​​ภาษาอังกฤษ: ส่วนตัวรู้สึกว่าไม่เกินความคาดหมาย ไม่ยากและไม่ง่ายมาก Grammar ก็ยังเล่นมุกเดิม ๆ เช่น 'Many of the students' vs 'Many students' และมีโจทย์บางข้อที่ดูเหมือนจะตอบได้มากกว่า 1 ตัวเลือก แต่โดยรวมก็ไม่เกินความคาดหมาย
  • ภาษาไทย: ไม่เกินความคาดหมายเช่นกัน ไม่มีอะไรน่าตกใจ มีเขียนเรียงความ เขียนอภิปรายหรือปราศรัย (?) แก้คำที่สะกดผิด และวิเคราะห์บทประพันธ์ที่ยกมา
  • สังคมศึกษา: ข้อสอบปีนี้ถือว่าโหดโดยเฉพาะวิชาพระพุทธศาสนา รัฐศาสตร์ และประวัติศาสตร์ ที่ออกข้อสอบออกมาค่อนข้างซับซ้อนและอินดี้ได้ใจ 55555555 ส่วนเศรษฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ก็ไม่ได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้เกินความคาดหมายจากที่เตรียมตัวมาครับ
PART III: รีวิวกิจกรรมประเมินความเหมาะสม และการสัมภาษณ์ทุนเล่าเรียนหลวง ปี 2566

    หลังจากที่เราผ่านข้อสอบข้อเขียนสุดทรหดมาแล้ว ทาง ก.พ. ก็จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ของทุกทุน เป็นจำนวนไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนที่รับ (เช่น ทุนคิงสายวิทย์ รับ 5 คน จะเอาเข้ามาสัมภาษณ์ไม่เกิน 10 คน) ซึ่งทุกทุนจะมีการสอบสัมภาษณ์ แต่ที่พิเศษสำหรับทุนเล่าเรียนหลวงก็คือ จะมี กิจกรรมประเมินความเหมาะสม ที่สำนักงาน ก.พ. ก่อนวันสัมภาษณ์ด้วย ซึ่งบอกเลยว่าหรรษามากจริง ๆ 55555555

1. กิจกรรมประเมินความเหมาะสม

    วันที่ไปกิจกรรมก็คือค่อนข้างตื่นเต้นมากกก เพราะว่าทาง ก.พ. ก็ไม่ได้บอกว่าเราจะต้องทำอะไรบ้าง จนถึงไปที่หน้างานถึงจะรู้ (ซึ่งจะไม่เหมือนกันในแต่ละปีครับ) โดยกิจกรรมจะมีดังนี้ฮะ
  • สอบเขียน Essay: เป็นการสอบเขียนเรียงความเป็นภาษาอังกฤษใน 20 นาที (อันนี้จริง ๆ มีสอบทุกทุน แต่จะมีนักเรียนทุนคิงที่ไปสอบ onsite ส่วนที่เหลือจะเป็น online ครับ) ภายใต้หัวข้อมหาวิทยาลัยในอุดมคติของนักเรียนในปัจจุบัน (ซึ่งหัวข้อก็คือบอกหน้างาน) บอกเลยว่าทุกอย่างผ่านไปเร็วมากจนไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว
  • กิจกรรมละลายพฤติกรรม: อันนี้เป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียนที่ผ่านข้อเขียนทุนคิงได้มาพูดคุยแนะนำตัวกับพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ ก.พ. แล้วก็มีเกมทายคำตามหมวดต่าง ๆ (อารมณ์ Hollywood Game Night เลย!!) แล้วหมวดที่ทีมเราได้แต่ละอย่างก็คือแบบ 'กรมในประเทศไทย' 'โลกและอวกาศ' ไรงี้ จะเป็นลม 55555555 แต่สนุกมาก ๆ เลยนะ สนุกจนตอนพักเที่ยงก็ควักมือถือมาเล่นชาเย็นกันต่ออีก 5555555555
  • กิจกรรมอภิปรายและนำเสนอ: ทาง ก.พ. จะจับกลุ่มให้นักเรียนเป็น 2 กลุ่ม (ของเราก็คือเป็นทุนเล่าเรียนหลวงสายวิทย์ 10 คน) อภิปรายในหัวข้อ "ประเทศไทยในฝัน" โดยที่อภิปรายใส่ไมค์และจะมีกรรมการนั่งฟังอยู่ตลอด และต้องนำเรื่องที่อภิปรายมานำเสนอให้คณะกรรมการฟังภายในเวลาที่กำหนด เอาจริง ๆ คือ แค่อภิปรายทำ flip chart ก็แทบจะไม่ทันแล้ว 55555555 แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี กลุ่มเรานำเสนอไปเยอะมากทั้งเรื่อง สวัสดิการ มาตรฐานอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม การศึกษา Internet of Things ฯลฯ พูดซะยาว แต่กรรมการบอกว่า "อันนี้มันก็น่าจะเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นนะ อยากให้ฝันไกลกว่านี้" 55555555555555
2. การสอบสัมภาษณ์

    การสอบสัมภาษณ์ทุนคิงเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตเราแล้วฮะ เพราะว่าต้องมาที่ ก.พ. ตั้งแต่เช้า เพื่อมารายงานตัวแล้วก็นั่งรอหน้าห้องสัมภาษณ์ไปยาว ๆ จนกว่าจะถึงคิว ซึ่งอันนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของเรานะฮะ ตอนสอบสัมภาษณ์สิ่งที่โดนถามก็คือ
  • Impromptu Speech: มันคือการที่กรรมการจะเปิดหัวข้อที่จะให้เราพูด แล้วให้เราคิดในหัวแป๊บนึง แล้วให้พูดออกมาเลยเป็นภาษาอังกฤษ ห้ามทด ห้ามเขียน เราโดนเรื่อง "ทุก ๆ คนย่อมมีสิ่งที่ตนเสพติดอยู่อย่างน้อย 1 สิ่ง ของสิ่งนั้นของคุณคืออะไร" (จริง ๆ โจทย์มันเป็นภาษาอังกฤษนะฮะ แต่เราจำไม่ได้ 555)
  • คำถามโดยกรรมการท่านแรก: อะตอมคืออะไร? (ตอนแรกท่านก็ถามที่โปรไฟล์โอลิมปิกของเรา แล้วก็โยงมาคำถามนี้) >> งั้นทุกสิ่งก็เกิดจากอะตอมใช่มั้ย? >> ถ้างั้นพระเจ้าก็ไม่มีจริงงั้นหรอ? (ห๊ะ?!! อะไรนะ 555555) >> แล้วเราเชื่อ/นับถือศาสนาอะไรในอะไรหล่ะ ถ้าเราไม่เชื่อในพระเจ้า (โอ้ นี่มันคำถามอะไรกัน เราก็เลยตอบเรื่องหลักการทางศาสนาพุทธที่เรานับถือไป)
  • คำถามโดยกรรมการท่านที่สอง: ขอถามนิดนึงว่า เราเอาศาสนาพุทธมาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันยังไง? (ต่อยอดมาจากคำตอบของเราเมื่อกี้)
  • คำถามโดยกรรมการท่านที่สาม (ท่านนี้ถามและให้เราตอบเป็นภาษาอังกฤษล้วนครับ): คิดว่าคุณสมบัติที่สำคัญของคนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศคืออะไร? >> ตอนนี้เล็งมหาวิทยาลัยไหนไว้ เพราะอะไร?
  • คำถามอื่น ๆ : จะกลับไทยมั้ย? (คำถามวัดใจมาก 555555) >> ตอนนี้ติดมหาวิทยาลัยที่ไทยแล้วหรือยัง? >> ทำไมถึงอยากเรียนสาขานี้ (ตอนก่อนสัมภาษณ์เรามีเขียนบอกไปว่าอยากรับทุนไปเรียน Chemical Engineering ฮะ)
คำแนะนำในการสอบสัมภาษณ์สำหรับเราก็คือ
1. เตรียม Portfolio ของเราไปด้วย เพื่อให้กรรมการรู้จักเรามากขึ้นโดยไม่ต้องถาม เพื่อขายโปรไฟล์ตัวเองว่า เราเองก็มีศักยภาพมากพอที่จะไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศได้นะ!!
2. จงเป็นตัวเองให้มากที่สุด ไม่ต้องวางฟอร์ม ไม่ต้องเฟค เพราะถ้าเราจริงใจกับกรรมการ กรรมการก็จะจริงใจกับเราเช่นกัน

PART IV: คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับทุนเล่าเรียนหลวง

Q: ถ้าไม่อยู่สายศิลป์-ภาษา แต่อยากสอบทุนเล่าเรียนหลวงสายศิลป์-ภาษาได้มั้ย?
A: ได้ครับ!! ไม่ว่าจะอยู่สายอะไร สามารถเลือกสมัครทุนเล่าเรียนหลวงได้ทุกหน่วยเลยครับ!

Q: ถ้าได้รับทุนเล่าเรียนหลวงสายศิลป์แล้ว จะเลือกเรียนต่อสาขาสายวิทย์ได้มั้ย?
A: ได้แน่นอนครับ เพราะทางทุนไม่ได้กำหนดตั้งแต่ต้นครับว่าจะต้องไปศึกษาต่อสายไหน

Q: ทุนเล่าเรียนหลวงเป็นทุนให้เปล่า เรียนจบไม่ต้องใช้ทุนจริงมั้ย?
A: จะตอบว่าจริงก็ไม่ผิด แต่ไม่จริงก็ไม่เชิงนะฮะ 5555 เพราะว่าไม่ต้องใช้ทุนที่ว่า = ไม่ต้องประจำหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องกลับมาทำงานที่ไทยอีก (ที่ไหนก็ได้) ตามจำนวนปีที่ไปเรียนครับ!

Q: อยากสอบทุนคิง ต้องเตรียมตัวตั้งแต่ตอนไหน?
A: ถ้าถามเรา เราก็คงตอบว่า เตรียมให้เร็วที่สุดครับ 55555 เพราะเนื้อหามันเยอะมากกกก เตรียมแต่เนิ่น ๆ น่าจะดีกว่า แต่ส่วนตัวใช้เวลาเตรียมตัวแต่ละวิชาไม่เท่ากันครับ ภาษาไทยใช้เวลาเตรียมประมาณ 11 เดือน สังคมศึกษากับคณิตศาสตร์ 5 เดือน วิทยาศาสตร์กับภาษาอังกฤษประมาณ 3 เดือนครับ (ไฟลนก้นสุด ๆ ไปเลย 55555555555)

Q: ไม่ได้เรียนเตรียมฯ มีโอกาสติดทุนคิงไหม?
A: มีแน่นอนครับ! ไม่ว่าจะมาจากโรงเรียนไหนก็มีสิทธิ์ติดทุนคิงได้ทั้งนั้นครับ ขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนนะครับ สู้ ๆ และขอให้ประสบความสำเร็จครับ <3

@bbrettersjournal

Comments